วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

แกล้งหลอกว่ารัก

สะดุดตา 10 ตลาดน่าเดินในกรุงเทพฯ


1.น้ำวัดตลิ่งชัน เป็นตลาดน้ำเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว แต่ถ้าชอบบรรยากาศชิลล์ๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เดินเล่นในตลาดชุมชน นั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมน้ำละก็ที่นี่ใช่เลยตลาดน้ำวัดตลิ่งชันมีขนาดไม่ใหญ่นัก ตั้งอยู่ริมคลองชักพระเชื่อมต่อกับคลองตลิ่งชัน และอยู่ในวัดตลิ่งชันนั่นเอง
2.ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ตลาดนัดที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศประทับใจ แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ ของสะสม ของตกแต่งบ้านสุดคลาสสิค รถโบราณ อะไหล่รถคลาสสิค ของสะสมโบราณ เสื้อผ้าวินเทจ ของฝากสุดชิค และอาหารอร่อยๆ กินดื่มชิลๆ กับบรรยากาศเก๋ๆ ของโกดังเก่า ขบวนโบกี้รถไฟสุดเท่ห์ โซนพลาซ่า เปิด วันอังคาร - วันอาทิตย์ โซนตลาดนัด เปิด วันพุธ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17.00 น. - 24.00 น.
3.ตลาดเมืองไทยภัทร ตลาดนัดวันทำงานที่คึกคักที่สุดบนถนนรัชดาภิเษก เปิดตลาดทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่ 10.00-15.00 น. มีทั้งที่โซนเต็นท์ขายของ ศูนย์อาหาร และโซนร้านค้าเช่าแบ่งเป็นห้องๆ ช่วงเช้าโดยมากเป็นร้านอร่อยเร่งด่วน ช่วงพักกลางวันคนแน่น ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่มากินข้าวแล้วช้อปปิ้งต่อ สินค้าหลาก-หลายและราคากลางๆ ช้อปได้สบายใจ แล้วยังมีร้านทำสวยเร่งด่วนทั้งทำเล็บ นวดหน้า พอกหน้า เรียกว่าเป็นตลาดที่มีบริการครบครันจริงๆ
4.ตลาดน้ำตลิ่งชัน หนึ่งในตลาดน้ำที่คนกรุงนิยมใช้เวลาวันหยุดมาเดินเล่น กินไปช้อปไปเพราะมากมายไปด้วยของกินของใช้ ทางเข้าตลาดอยู่ติดกับสำนักงานเขตตลิ่งชัน เริ่มกันด้วยร้านขายต้นไม้นานาพันธุ์ จากนั้นเดินเอื่อยๆ ก็จะถึงโซนขนมไทย ผักผลไม้ต่างๆ ตลอดจนสินค้าโอท็อป ส่วนโซนท้ายสุดเป็นโป๊ะร้านอาหารริมน้ำ มีทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณ ขนมจีนน้ำยา ส้มตำ ปลาเผาเกลือตัวใหญ่ๆ เช่น ปลาช่อน ปลากะพง ปลาทับทิม และที่อร่อยอีกอย่างก็คือ ซีฟู้ดปิ้งย่างส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหล
5.ตลาดละลายทรัพย์ รัชดาฯ ซอย 4 ตลาดนัดวันทำงานที่รองรับ 4 บริษัทใหญ่ๆ ย่านรัชดาฯ-พระราม 9 แบ่งเป็นโซนเสื้อผ้า เบ็ดเตล็ด และอาหาร รวมแล้วกว่า 300 ร้าน หมุนเวียนกันทุกวัน โดยเฉพาะโซนอาหาร เปิดร้านกันตั้งแต่ตี 5 เน้นของอร่อยของดีเพื่อคนทำงานที่ใส่ใจสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผักสดผลไม้ ผักออร์แกนิกส์จากฟาร์ม น้ำผักผลไม้คั้นกันสดๆ โด๊ปให้ร่างกายสดชื่นพร้อมลุยงานแต่สินค้าแฟชั่นอย่างรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอางก็จัดมาให้ช้อปเต็มที่ไม่มีน้อยหน้ากัน
6.ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เกิดจากแนวคิดของผู้นำชุมชนที่ต้องการรักษาวิถีชาวคลองลัดมะยมให้อยู่ ยั่งยืน จึงเปิดตลาดเพื่อนำสินค้าจากสวนออกมาขายกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ จากตลาดเล็กๆ เมื่อเกือบสิบปีก่อนก็เริ่มขยับขยายกลายเป็นตลาดน้ำเพื่อการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่รองรับทั้งพ่อค้าแม่ขายและนักท่องเที่ยววันละหลายร้อยคน ตัวตลาดมีทั้งโซนใหม่และเก่าอยู่คนละฟากของถนน หากตั้งใจมากินละก็ให้ตรงดิ่งเข้าตลาดฝั่งที่มีหลักกิโลเมตรตั้งเด่นอยู่ทางเข้านั่นแหละใช่เลย
7.ตลาดนางเลิ้ง ตลาดที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นตลาดโบราณที่ยังมีเสน่ห์และของอร่อยให้นักชิมได้แวะเวียนไปลิ้มรสเสมอ ตลาดนางเลิ้งมีทางเดินเข้าได้หลายทางและทุกทางก็จะมีของอร่อยให้เลือกชิมแบบละลานตา ซึ่งมีทั้งร้านเก่าแก่เปิดขายมานานหลายสิบปีและร้านใหม่ๆ ที่รสชาติความอร่อยก็สูสีไม่แพ้กัน
8.ตลาดวังหลัง แหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าของแฟชั่นต่างๆ อีกทั้งของคาว ของหวาน และของว่าง ต่างก็มีให้เลือกซื้ออย่างมากมาย ซึ่งจะพิศสมัยช้อปหรือชิมร้านไหนก่อน ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย หากวันหยุดวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ถ้าใครไม่อยากไปไหนไกลๆ แหล่งกิน ที่เที่ยวใกล้ๆ อย่าง 'ตลาดวังหลัง' ที่ตั้งอยู่ในซอยตรงข้ามโรงพยาบาลศิริราช ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับการไปทริปสั้นๆ เดินช็อปของเก๋ๆ และหาร้านอร่อยกินก็เพลินไม่น้อย
9. ตลาด อ.ต.ก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร)ตลาดแห่่งนี้ที่เปิดมานานกว่า 30 ปี เป็นแหล่งรวมของดี ของอร่อยระดับประเทศ นอกจากจะมีสินค้าให้เลือกซื้อครบทุกอย่างแล้ว สินค้าที่นี่ยังเป็นสินค้าคัดพิเศษล้วนๆ เพราะมีของกินหายากมากมายที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้ แต่หาซื้อที่นี่ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ใครๆ ก็อยากมาเดินชิม เดินชอปที่ตลาดใจกลางเมืองแห่งนี้ 
10.ตลาดน้ำวัดสะพาน ตลาดน้ำเล็กๆ ของชุมชนชาววัดสะพานที่พายเรือมาขายของอร่อยๆ กันแต่เช้าตรู่ มีไม้ดอกไม้ประดับและพืชผักผลไม้จากสวนให้ซื้อกลับบ้าน บรรยากาศใต้ต้นไม้ริมคลองเย็นสบาย นั่งกินก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย หอยทอด หมูสะเต๊ะร้อนๆ รวมถึงเมี่ยงคำอร่อยๆ อีกด้วย 

แซนด์วิชทูน่า

1. ขนมปังโฮลวีท ที่เลือกขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาว เพราะเส้นใยอาหารจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นค่ะ
2. ทูน่า ในน้ำเกลือ ที่เลือกทูน่าในน้ำเกลือ เพราะ มีประโยชน์ต่อคนรักสุขภาพมากกว่าแบบในน้ำมันเหมาะกับสาวๆ ที่กำลังไดเอ็ทค่ะ  
3. มะนาว เพื่อดับกลิ่นคาวของทูน่าและช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากขึ้นค่ะ
4. มายองเนสสูตรไขมันต่ำ เพิ่มรสชาติให้แซนวิชของเรามากขึ้นค่ะ
วิธีทำ
นำทูน่าในน้ำเกลือ มายีให้เนื้อฟู เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมมากขึ้นด้วยน้ำมะนาว
จากนั้นใส่หัวหอมแดงลงไป แล้วตามด้วยมายองเนส 
คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
นำมาทาบนขนมปังโฮลวีทที่เตรียมไว้
สำหรับคนที่ชอบทานผัก สามารถเติมผักกาดหอมและมะเขือเทศ เพิ่มได้นะคะ
วางขนมปังทับลงไปอีกชิ้น
หันสามเหลี่ยมแบบพอดีคำ

สวนสไตล์ยุโรป

การจัดสวนสไตล์ยุโรป นั้นลักษณะการจัด จะเน้นดอกไม้หลากหลายสีรวมไปถึง การประดับตกแต่งใบไม้ที่มีสีสันสะดุดตา เพื่อให้เหมาะกับบ้านสมัยใหม่ออกแนวโมเดริน์

สวนสไตล์ยุโรป จะเป็นการจัดสวนที่มีการจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา หรูหรา หรือเรียกอีกอย่างว่า การจัดสวนแบบประดิษฐ์(Formal Garden)

การจัดสวนแบบประดิษฐ์ คือ

  • การจัดสวนให้มีระเบียบ การปลูกต้นไม้ การปลูกดอกไม้จะปลูกเป็นแนวแถว เป็นหมวด เป็นหมู่ ปรับแต่งให้เรียบหรือเสมอกัน

  • ซึ่งการปลูกนั้นอาจจะปลูกลงแปลงเป็น รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปวงกลม โดยประกอบกับสิ่งก่อสร้างที่เป็นคอนกรีต เช่น ปลูกลงในที่ที่ทำด้วยขอบตอนกรีต มีสระน้ำ มีทางเดิน หรือระเบียงที่ทำด้วยคอนกรีต

  •  การปลูกต้นไม้ หรือไม้ดอกไม้ประดับ จะทำในรูปแบบเดียวกัน มีขนาด รูปร่างคล้ายๆและจำนวนที่เท่ากัน และมีระยะห่างหรือช่องไฟที่เท่ากัน

  • การตกแต่งส่วนอื่นๆ ก็ใช้สิ่งก่อสร้างประกอบสำคัญ ในรูปแบบที่เท่าๆกัน

  • ต้นไม้ที่ใช้ปลูกมักจะเป็นไม้ดอกที่มี หลากสี หรือแม้แต่ไม้ใบมักจะมีสีสันที่เด่นสะดุดตา

  • การตัดแต่งทรงต้นไม้ มักจะแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิต ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน

  • วัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง เช่น กระถางต้นไม้ โคมไฟ สระน้ำ อ่างน้ำพุ ฯลฯ มักจะเป็นรูปทรงกลม หรือสี่เหลี่ยมมองเป็นระเบียบเรียบร้อย

  • ถนนหรือทางเดินภายในสวนมักจะเป็นเส้นโค้ง หรือระดับเดียวกัน

    การจัดสวนสไตล์ยุโรปนี้ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก จึงเป็นที่นิยมมากทางแถบยุโรป หรือบริเวณที่มีการปลูกสร้างอาคารสไตล์ยุโรป สถานที่ที่นิยมจัดสวนแบบนี้ได้แก่ สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ รวมถึงพระราชวังด้วย


  • สวนสไตล์ยุโรปเป็นสวนที่คล้ายคลึงกับสวนสไตล์อังกฤษ แต่จะความอ่อนหวานน้อยกว่า. สวนสไตล์ยุโรปจะเป็นสวนที่เจ้าของชอบกลิ่นอายความย้อนยุคแต่ไม่ชอบอะไรรกๆ ชอบความเรียบหรูแบบแอบโมเดร์นนิดๆ
ไอเดียการตกแต่งสวนให้สวยหรูสไตล์ยุโรป รับลมหนาว
เมื่อเอ่ยถึงสวนสไตล์ยุโรป คงจะมองเห็นภาพ ของสวนขนาดใหญ่ ที่ดูสง่างามตระการตาด้วยต้นไม้ที่ไดัรับการตัดแต่ง เป็นรูปทรงต่างๆอย่างเป็นระเบียบ สวนในลักษณะนี้ คือ  การจัดสวนแบบ FORMAL หรือสวนประดิษฐ์ ซึ่งเรามักจะเห็นสวนรูปแบบนี้อยู่คู่กับสถานที่อันโอ่อ่าสง่างาม เช่น ปราสาทราชวัง หรือตามจัตุรัสกลางเมือง เป็นส่วนใหญ่
รูปแบบของสวนตามที่นักโบราณคดีค้นพบจากรูปภาพ และร่องรอยแกะสลัก สวนจะมีรูปแบบเป็นลวดลายเรขาคณิตซึ่งเป็นการเริ่มต้นของสวนแบบ FORMAL ว่ากันว่าลวดลายของสวนที่ปรากฏนั้น เป็นการลอกเลียนแบบจากเครื่องประดับสตรี และลวดลายของพรม การตัดแต่งต้นไม้ให้เป็นรูปทรงต่างๆนั้น น่าจะเกิดขึ้น จากรากฐานความคิดของชาวตะวันตกที่ว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาพิชิตโลก (God Creates Man to Conquer the World) ดังนั้น มนุษย์จึงพยายามควบคุม ทุกสิ่งทุกอย่างบนผืนโลกให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ
สวนแบบ FORMAL มักจะมี รูปปั้นประดับสวน ซึ่งรูปปั้นเหล่านี้ เริ่มจากความเชื่อที่ว่าพรรณไม้ที่มีในโลกนั้น มีทั้งดีมีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์ มิหนำซ้ำ บางชนิดยังมีพิษภัย จึงมีการปั้นรูปเทพยดานางฟ้าไว้เพื่อดูแลต้นไม้ที่ดีและคอยขับไล่สิ่งเลว ร้าย ต่อมา รูปปั้นในสวนก็มีการพัฒนารูปแบบออกไปหลากหลายขึ้น ไม่จำกัดว่าเป็นเทวดานางฟ้า แต่อาจเป็นรูปปั้นชาย หญิง เด็ก สัตว์ หรือภาชนะ แต่ทุกอย่างจะมีรูปแบบเหมือนจริง (Realistic)
หลายยุคหลายสมัยต่อมา มนุษย์เริ่มมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ รูปแบบของสวน จึงมิได้จำกัดอยู่ที่รูปแบบของสวน FORMAL ที่อาจดูจำเจน่าเบื่อหน่ายและดูแลรักษายาก อีกทั้งยังมีการค้นพบพรรณไม้ต่างๆมากมายหลายชนิดขึ้นกว่าสมัยก่อน ทั้งจากต่างถิ่น ต่างประเทศ สวนในยุโรปจึงเริ่มฉีกแนวออกไปจากเดิม เริ่มมีสวนประเภทสวนพฤกษศาสตร์ (Botanical Garden) ซึ่งเป็นสวนที่สะสมพันธุ์ไม้ไว้เพิ่อการศึกษา การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และแนวคิดของการจัดสวน ทำให้เอกลักษณ์สวนของแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป
สไตล์สวน FORMAL นั้น มักจะใช้กับอาคารที่เป็นปราสาทราชวัง ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศ ฝรั่งเศส อังกฤษ ออสเตรีย สวนสไตล์นี้ เหมาะที่จะมองจากที่สูง เพราะจะเห็นลวดลายเด่นชัด พันธุ์ไม้ที่ใช้มีทั้งไม้ยืนต้นและล้มลุก สีสันของสวนเกิดจาก สีของดอกและใบ ซึ่งมักนิยมออกแบบให้มีแปลงไม้ดอกสีสดใส รูปแบบจะเป็นลวดลาย เรขาคณิต คือ เป็นรูปเหลี่ยมและวงกลม องค์ประกอบอื่นๆได้แก่ รูปปั้น สระน้ำ ทางเดิน กระถางที่มีลวดลายประดับ ต้นไม้ยืนต้นมักจะเป็นชนิดที่มีใบเล็ก ละเอียดตัดเป็นรูปทรงต่างๆได้
วนสไตล์ยุโรปที่มีชื่อเสียงว่า งดงามเป็นที่กล่าวขานกันคือ สวนสไตล์อังกฤษ สวนอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดเฉพาะตัวด้วยการจัดที่เป็นอิสระ แต่มีระเบียบ การใช้สีและกลุ่มก้อนของพรรณไม้บ่งบอกถึงความชำนาญ และความรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของพันธุ์ไม้ ทั้งนี้เพราะการจะนำพันธุ์ไม้หลายๆ ชนิดมาปลูกรวมกัน ได้อย่างมีสุขภาพสมบูรณ์นั้น หมายถึงว่าพันธุ์ไม้เหล่านั้นจะต้องมีธรรมชาติอย่างเดียวกัน ความรู้ในเรื่องพันธุ์ไม้จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งนอกเหนือจากความงามทางศิลปะ ซึ่งทำให้การจัดสวนประเภทนี้ประสบความสำเร็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น